Tuesday, December 29, 2009

เรื่องที่ผู้หญิงมองข้าม




ทราบหรือเปล่าว่า เรื่องไหนที่ผู้หญิงมักมองข้ามในความสวยความงาม วันนี้ BCareCenter มีมาฝาก…

- ไม่ใช้ครีมบำรุง ไม่ใช้ครีมกันแดด
ครีมบำรุงและครีมกันแดด คือ การป้องกันและดูแลผิวหน้าในระยะยาวที่ดีที่สุด แม้ว่าครีมที่เลือกใช้จะไม่ได้ผสมสารสกัดราคาแพง แต่การเติมน้ำให้ผิวและตามด้วยป้องกันแสงแดดในทุก ๆ ครั้งที่ออกจากบ้าน จะช่วยยืดอายุผิวได้นาน และยังป้องกันริ้วรอย ฝ้า กระได้ดี
- เกาะตามกระแส
ผลิตภัณฑ์ความงามที่ซื้อตามคำบอกเล่า อาจไม่เหมาะกับเรา อย่างเมคอัพที่สีไม่เข้ากับผิว โลชั่นที่ไม่เหมาะกับสภาพผิว หรือสินค้าที่ราคาแพงเกินจริง แต่สามารถมองหาของดีใกล้เคียงได้ตั้งมากมาย
- ไม่ดูอายุผลิตภัณฑ์
ควรใช้ผลิตภัณฑ์ความงามตามอายุของผลิตภัณฑ์นั้น ๆ สังเกตได้จากฉลากข้างขวดที่จะบอกว่าใช้ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพภายในกี่ปี ซึ่งผลิตภัณฑ์สูตรธรรมชาตินั้นจะอายุสั้นกว่าประมาณ 2-3 ปีตามเงื่อนไขของธรรมชาติ
- ชอบ แต่ไม่ได้ใช้
เผลอซื้อผลิตภัณฑ์ความงามมาสะสมไว้จนใช้แทบไม่ทัน สุดท้ายก็ต้องทิ้งไปเพราะหมดอายุ ครั้งหน้าลองจดลิสต์ของที่ต้องการจริง ๆ ทุกครั้ง จะได้ไม่เผลอไปซื้อให้เสียดายเงิน
- ลืมนึกถึงผลกระทบอื่น ๆ
ข้อนี้สำคัญ เพราะ เป็นการดีจะคิดหน้าคิดหลังก่อนซื้อ เช่น เป็นผลิตภัณฑ์ที่ดูดี น่าใช้ แต่กลับบรรจุในแพคเกจที่ชวนทำลายสิ่งแวดล้อม ไม่สามารถรีไซเคิลได้ แถมยังใส่สารเคมีมากเกินจำเป็น และใช้วัสดุที่ฟุ่มเฟือย

เมื่อทราบกันแล้วอย่าลืมดูแลตัวเองกันเยอะ ๆ นะ จ๊ะ @BCareCenter

ขอบคุณ บทความจาก
ที่มา : http://deksexy.com

เทรนด์ตาแบ๊ว แบบสาวเกาหลี




เดี๋ยวนี้เทรนด์ความงามสไตล์ดารานักร้องเกาหลีอย่าง ขนตาปลอม ยืดขนตา เลนส์ตาโต กำลังมาแรง พร้อมๆ กับกระแสข่าวจากวงการแพทย์ว่าเทรนด์ตาแบ๊วเหล่านี้อาจเป็นทางลัดสู่การทำลาย สุขภาพของดวงตาคุณได้ หากใช้ไม่ถูกวิธี
ขนตาปลอม
นอกจากจะทำให้ดวงตาดูโดดเด่นขึ้นแล้ว แถมยังมีผลพลอยได้ตรงที่ช่วยลดการขยี้ตา ซึ่งเป็นสาเหตุการเกิดริ้วรอยได้อีกต่อหนึ่ง
ข้อเสีย :
เนื่องจากบริเวณที่ติดขนตาอยู่ใกล้กับดวงตาซึ่งเป็นบริเวณที่ผิวหนังบางมาก ที่สุดจุดหนึ่ง การติดขนตาต้องใช้กาวเป็นตัวยึดซึ่งบางคนอาจมีอาการแพ้สารบางอย่างในกาว เช่น เป็นผื่นแดง มีตุ่มใส อักเสบ ตาบวม เป็นต้น หากมีอาการดังกล่าวควรหยุดการใช้และไปพบแพทย์ทันที นอกจากอาการแพ้แล้วการติดขนตาปลอมยังอาจก่อให้เกิดโรคต่างๆ ดังนี้
- เปลือกตาอักเสบหรือหนังตาอักเสบ (Blepharitis)
- การงอกของขนตาผิดเพี้ยนไปจากตำแหน่งเดิมบริเวณเปลือกตา (Distichiasis)
- อาการขนตาคุดหรือมีอาการขนตางอกขึ้นผิดทิศทางเพราะถูกกดทับจากขนตาปลอม (Trichiasis) เช่น งอกเข้าไปในดวงตาทำให้เกิดการระคายเคือง
- อาการตากุ้งยิง เนื่องจากต่อมขนตาเกิดการอักเสบเป็นหนอง (An external hordeolum)
- การอักเสบที่เกิดการอุดตันเนื่องจากตัวไรที่อาศัยอยู่ตามขนตาและรูขุมขนบน ใบหน้า (Demodex folliculorum) ซึ่ง 98 เปอร์เซ็นต์ของคนปกติจะมีไรชนิดนี้อาศัยอยู่ การติดขนตาปลอมเป็นการเพิ่มปริมาณของไร ส่งผลให้เกิดการอักเสบ

How to
- ควรเลือกกาวที่มีคุณภาพดี บางชนิดมีสารบำรุงขนตาผสม แม้จะมีราคาสูงกว่าแต่ลดปัญหาระคายเคืองได้
- เมื่อเกิดการแพ้หรือระคายเคืองต้องหยุดใช้ หากอาการไม่ดีขึ้นควรพบแพทย์
- ไม่ควรใช้ขนตาปลอมร่วมกับคนอื่น และต้องรักษาความสะอาดเมื่อนำมาใช้ซ้ำ

ยืดขนตา
การยืดขนตาช่วยทำให้ขนตาดูยาวขึ้น โดยใช้หลักการเดียวกับการปัดมาสคาร่าให้ขนตายืดเหยียด ช่วยประหยัดเวลาในการแต่งหน้าและอยู่ได้นานกว่าการติดขนตาปลอม คือ ประมาณ 2 สัปดาห์ไปจนถึง 1 เดือน ใช้เวลาในการทำประมาณ 1 ชั่วโมง

ข้อเสีย :
การยืดขนตาปลอมยังมีค่าใช้จ่ายสูง คือ 1,500-3,000 บาท หากผู้ให้บริการขาดความชำนาญอาจทำให้สารเคมีที่ใช้ยืดขนตาไหลเข้าไปในตา ทำให้เส้นเลือดฝอยแตก หรือเกิดการระคายเคืองได้

How to
- ควรเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่ได้รับการรับรองจาก อย.
- เช่นเดียวกับการใช้ขนตาปลอม หากเกิดการระคายเคืองต้องรีบไปพบแพทย์ทันที

เลนส์ตาโต
คอนแทคเลนส์ชนิดตาโต หรือที่วัยรุ่นเรียกกันว่า “บิ๊กอาย”จะเหมือนกับคอนแทคเลนส์แฟชั่นสมัยก่อนที่มีสีสันให้เลือกมากมาย แต่ที่แตกต่างคือ เลนส์สีบริเวณตรงกลางดวงตาจะเป็นเลนส์ใสปกติแต่บริเวณขอบเลนส์จะมีสีดำ ทำให้ขอบตาคุณดูชัดมากขึ้น มีราคาตั้งแต่ 450 – 2,000 บาท

ข้อเสีย :
มีวัยรุ่นบางกลุ่มนิยมซื้อมาแลกกันใส่คนละข้างซึ่งเสี่ยงต่อการติดเชื้อของ โรคติดต่อบางชนิด เชื้อแบคทีเรีย รวมทั้งเชื้อเอดส์ แฟชั่น Big eyes จึงเป็นเรื่องที่น่าเป็นห่วง เนื่องจากตาเป็นอวัยวะที่บอบบางมาก การใส่คอนแทคเลนส์เป็นการสัมผัสกับกระจกตาชั้นผิวนอก (Epithelium) โดยตรงหากไม่ระวังเรื่องความสะอาดอาจเกิดการติดเชื้อที่กระจกตาและลุกลามได้ หากไม่ได้รับการรักษาที่ถูกต้องและทันเวลา อาจส่งผลให้ต้องสูญเสียดวงตา

How to
- ไม่ควรใส่ติดต่อกันนานเกิน 8-10 ชั่วโมง และไม่ควรใส่ขณะนอนหลับ เนื่องจากการใส่คอนแทคเลนส์เป็นเวลานานจะทำให้ตาได้รับออกซิเจนน้อยลง ทำห้เกิดอาการตามัวชั่วคราว เซลล์ผิวชั้นนอกของกระจกตาจะเสื่อมและทำให้การแบ่งตัวของเซลล์ผิดปกติจนเกิด การติดเชื้อลุกลามได้
- ล้างกล่องแช่คอนแทคเลนส์ให้สะอาดทุกครั้งและผึ่งให้แห้งเพื่อป้องกันการสะสม ของคราบโปรตีนและเชื้อแบคทีเรียสิ่งสกปรกต่างๆ
- ไม่ควรขยี้ตาขณะใส่คอนแทคเลนส์ เพราะคอนแทคเลนส์จะเสียดสีกับกระจกตาจนเกิดเป็นแผลที่กระจกตาและติดเชื้อได้ หากระคายเคืองควรใช้การกะพริบตา หรือควรถอดออกและลืมตาในน้ำสะอาด
- เลือกซื้อคอนแทคเลนส์ที่ได้รับมาตรฐานจากร้านที่มีที่ตั้งชัดเจน เพราะคอนแทคเลนส์ราคาถูกที่ขายทั่วไปอาจเหลืออายุการใช้งานไม่ตรงกับที่ระบุ ไว้ข้างกล่อง หรือผ่านการผลิตที่ไม่ได้มาตรฐาน


ที่มา : http://women.mthai.com/views_Beauty-Tip-Trick_11_44_40582_1.women

เคล็ดลับการแต่งหน้า ที่ไม่ควรมองข้าม



ถ้าบ่อยครั้งที่คุณแต่งหน้า กลับต้องประสบปัญหาอย่างคาดไม่ถึงทั้งการเกลี่ยรองพื้น ปัดแก้ม หรือแม้แต่การทาลิปสติกลองนำเทคนิคง่าย ๆ นี้ไปใช้ดูแล้วจะรู้ว่ามีเคล็ดลับอะไรบ้างที่คุณไม่ควรมองข้าม...

รองพื้น
ลองวอร์มรองพื้นให้อุ่นบนปลายนิ้ว จากนั้นจึงลูบไล้ให้ทั่วใบหน้าวิธีนี้ จะช่วยให้รองพื้นเนียนเรียบสม่ำเสมอกว่าการแต้ม 5 จุดแล้วเกลี่ยออกด้านข้าง ...เพราะรองพื้นบางชนิดมักปราศจากส่วนผสมของน้ำมัน ( Oil - Free )ทำให้เนื้อรองพื้นแห้งไว ถ้าเกลี่ยทีละจุดจะเกลี่ยได้ยาก

คอนซิลเลอร์
การเกลี่ยคอนซีลเลอร์ แนะนำให้ใช้แปรงเกลี่ยคอนซิลเลอร์เพียงบาง ๆ โดยเลือกโทนสีที่สว่างกว่ารองพื้นเล็กน้อยเกลี่ยไล้ให้ชิดบริเวณขอบตามากที่สุดการเกลี่ยด้วยแปรงจะช่วยในการกระจายน้ำหนักและเก็บรายละเอียดในการปกปิดได้แนบเนียนกว่าการเกลี่ยด้วยปลายนิ้ว

อายแชโดว์
ควรหลีกเลี่ยงการทาแป้งฝุ่นบริเวณเปลือกตาเพราะจะทำให้ทาอายแชโดว์ไม่ติดแต่ควรทาเปลือกตาด้วยรองพื้นบาง ๆ ซะก่อนจะช่วยให้เนื้ออายแชโดว์ยึดเกาะกับผิว ทำให้ติดทนนานยิ่งขึ้น

มาสคาร่า
ก่อนการปัดมาสคาร่าทุกครั้งต้องไม่ลืมใช้ก้านสำลีปัดฝุ่นอายแชโดว์ที่อาจติดเลอะบริเวณขนตาซะก่อน
จากนั้นจึงดัดขนตาให้งอนแล้วจึงเริ่มปัดมาสคาร่าให้ชิดโคนขนตาให้มากที่สุดระวังอย่าดัดขนตาซ้ำอีก เพราะอาจทำให้ขนตาเปราะหัก และจับเป็นก้อนได้

บลัชออน
ลองยิ้มกับตัวเองในกระจก จนสังเกตเห็นโหนกแก้มใช้แปรงขนาดใหญ่แตะลงบนบลัชออน สะบัดแปรงบนหลังมือเล็กน้อยเพื่อไม่ให้เนื้อบลัชออนมีปริมาณที่มากเกินไปปัดวนเบา ๆ จากโหนกแก้มจนถึงแนวขมับวิธีนี้ จะช่วยให้รูปแก้มของคุณดูมีสุขภาพดีอย่างเป็นธรรมชาติ

ลิปสติก
ควรทาลิปทรีตเม้นท์ หรือ ลิปบาล์ม เพื่อบำรุงริมฝีปากให้ชุ่มชื้นตั้งแต่ก่อนทารองพื้น ไม่แนะนำให้ทาลิปสติกหลังทาลิปบำรุงทันทีเพราะนอกจากจะทำให้ทาลิปสติกไม่ติดแล้วในขณะที่ริมฝีปากยังไม่ชุ่มชื้นดีอาจทำให้เนื้อลิปสติกติดเลอะตามร่องริมฝีปากที่แห้งได้

ทีมา : http://www.zazana.com/Health-/id6178.aspx

ข้อเสนอแนะเกี่ยวกับการดำเนินชิวิต


จากการวิจัยค้นคว้าของมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด ได้ให้ความคิดเห็นและข้อเสนอแนะเกี่ยวกับการดำเนินชิวิต ว่าควรปฏิบัติอย่างไร (Healthy Behavior) เพื่อให้มีสุขภาพแข็งแรงสมบูรณ์ ปราศจากโรคภัยไข้เจ็บ โดยได้แนะนำพฤติกรรมในการดำเนินชิวิตที่เรียบง่าย (Your Health is in your control) ไว้ ดังนี้
· What we eat? ควรเลือกรับประทานอาหารอย่างไร?
การรับประทานอาหารที่ถูกหลักโภชนาการ ซึ่งประกอบด้วยสารอาหารหลักครบ 5 หมู่ และสารอาหารอื่นๆ ที่จำเป็นต่อร่างกายในปริมาณเพียงพอต่อความต้องการของร่างกายในแต่ละวัน อาทิเช่น การเลือกรับประทานอาหารที่มีโปรตีนจากพืช ซึ่งมีไขมัน HDL ซึ่งเป็นไขมันดีและจำเป็นต่อร่างกาย พยายามหลีกเลี่ยงการเลือกบริโภคอาหารที่มีโปรตีนจากเนื้อสัตว์ซึ่งมีไขมัน LDL ซึ่งไม่สมารถละลายในน้ำได้ ทำให้เกิดคลอเรสเตอรอลและไขมันในหลอดเลือด การเลือกบรโภคธัญพืชต่างๆ พืชผักผลไม้ที่มีสีจะมีส่วนผสมของสารเบต้าแคโรทีนในระดับสูงซึ่งเป็นสารต่อต้านอนุมูลอิสระ (Anti-Oxidant) และป้องกันการเกิดโรคมะเร็ง เป็นต้น
· What we drink? ควรเลือกดื่มอย่างไร?
การดื่มน้ำสะอาดในปริมาณที่เพียงพอ โดยประมาณ 2 ลิตรต่อวัน จะช่วยให้ร่างกายสามารถกำจัดของเสียต่างๆ ที่อยู่ในเซลร่างกายออกไปและช่วยให้การขับถ่ายของเสียออกได้หมด นอกจากนี้ น้ำยังเป็นตัวช่วยควบคุมอุณหภูมิในร่างกายให้สมดุลย์ รวมทั้ง สามารถนำพาออกซิเจนไปให้เซลล์ในร่างกายได้ดี ช่วยให้เซลล์ในร่างกายมีรูปร่างและความยืดหยุ่นที่ดี ผิวพรรณเปล่งปลั่งสดใส นอกจากนี้ ควรหลีกเลี่ยงเครื่องดื่มประเภทกาแฟ น้ำอัดลมหรือเครื่องดื่มที่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์ลหรือเครื่องดื่มที่มีน้ำตาลในระดับสูงซึ่งเป็นผลเสียต่อร่างกาย
· What we breathe? ควรหายใจอย่างไร?
การหายใจเป็นการขับถ่ายของเสียออกจากร่างกาย ซื่งก็คือการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ออกมาและรับออกซิเจนเข้าไปแทนเพื่อให้ร่างกายสามารถใช้ออกซิเจนในการเผลาพลาญพลังงานต่างๆ ในร่างกายได้ดียิ่งขึ้น การหายใจที่ดีควรฝึกให้หายใจช้าๆ จำนวนน้อยครั้งต่อนาทีจะช่วยให้ปอดสามารถแลกเปลี่ยนออกซิเจนเข้าไปในกระแสเลือดได้ดีเพื่อนำออกซิเจนไปเลี้ยงร่างกายส่วนต่างๆ ของร่างกายและสมองอย่างเพียงพอ นอกจากนี้ การขับถ่ายของเสียจากร่างกายโดยอุจจาระวันละ 3 ครั้ง การปัสสาวะบ่อยๆ จะช่วยให้ร่ายกายการกำจัดของเสียออกไปไม่ให้เกิดการหมักหมมของเสียในร่างกายเป็นเวลานานๆ
· How we rest? ควรพักผ่อนอย่างไรให้?
การพักผ่อนที่เพียงพอในแต่ละวันอย่างน้อยวันละ 8 ชั่วโมง จะช่วยให้ร่ายกายพักฟื้นและซ่อมแซมเซลล์ต่างๆ ในขณะพักผ่อนและยังเป็นการผ่อนคลายความตึงเครียดหลังจากการทำงาน นอกจากนี้ การฝึกสมาธิ เป็นอีกการพักผ่อนเพื่อการจัดการด้านอารมณ์ไม่ให้มีความตึงเครียด วิตกกังวลช่วยให้จิตใจผ่องใส มีอายุที่ยืนยาว
· How we exercise? ควรออกกำลังกายอย่างไร?
การออกกำลังกายที่ถูกต้องอย่างสม่ำเสมอทำให้กล้ามเนื้อมีความยืดหยุ่น ผ่อนคลายและช่วยให้ร่ายกายเผาผลาญไขมันส่วนเกินต่างๆ ออกไปได้หมดและทำให้ระบบไหลเวียนเลือดในร่างกายทำงานอย่างมีประสิทธิภาพทำให้สมองแจ่มใจปลอดโปร่ง
· What we think? คิดอย่างไรให้คลายความเครียดและความวิตกกังวล?
การบริหารจัดการอารมณ์เป็นอีกวิธีที่ช่วยผ่อนคลายความตึงเครียดได้เป็นอย่างดี ซึ่งจะส่งผลให้ระบบประสาททำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพไม่เกิดภาวะกล้ามเนื้อเกร็งตัวหรือทำให้หลอดเลือดหดตัว ซึ่งนำพามาของโรงปวดศรีษะและไมเกรน


ที่มา : http://www.ihealthybreakfast.com/

Monday, December 28, 2009

โอพีซี สารสกัดจากเมล็ดองุ่น ช่วยอะไรเราได้บ้าง


GRAPE SEED EXTRACT


สารสกัดจากเมล็ดองุ่น (grape seed extract) เป็นสารสกัดที่อุดมไปด้วยพฤกษเคมีจากธรรมชาติที่เรียกว่า “โอลิโกเมอริก โปรแอนโทไซยานิดีน หรือโอพีซี (oligomeric proanthocyanidins: OPC)”ซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่มีฤทธิ์แรงกว่าวิตามินซี 20 เท่าและแรงกว่าวิตามินอี 50 เท่า ช่วย ต่อต้านการทำลายเส้นใยคอลลาเจน และอีลาสตินในผิวหนังที่เกิดจากอนุมูลอิสระ เส้นใยคอลลาเจนและอีลาสตินเป็นโครงสร้างหลักในผิว ทำหน้าที่ค้ำจุนและให้ความยืดหยุ่น หากถูกทำลายไปก็จะเกิดรอยเหี่ยวย่นที่มองเห็นได้ชัดเจน ส่วนเซลล์ผิวหนังในชั้นหนังกำพร้า (ชั้นนอกสุด) หากถูกทำลายจะปรากฏรอยแห้งกร้าน สารสกัดจากเมล็ดองุ่นจึงช่วยรักษาความกระชับ เต่งตึงของผิว ขณะเดียวกันก็ป้องกันริ้วรอยหยาบกร้านได้ นอกจากนี้ในผู้ที่มีปัญหาฝ้า หรือสีผิวไม่สม่ำเสมอ สารสกัดจากเมล็ดองุ่นจะสามารถช่วยลดความเข้มของสีผิวบริเวณที่ดำคล้ำลง จึงทำให้ผิวหน้าดูกระจ่างใส


สาร สกัดจากเมล็ดองุ่นไม่เพียงแค่มีประสิทธิในการดูแลผิวพรรณของคุณเท่านั้น แต่ยังมีคุณสมบัติอื่น ๆ ที่จะช่วยดูแลสุขภาพร่างกายของคุณด้วย เช่น ช่วยเพิ่มการไหลเวียนของเลือด และเพิ่มความแข็งแรงให้กับหลอดเลือดจึงช่วยป้องกันโรคหัวใจ บรรเทาอาการมือและเท้าชา รักษาเส้นเลือดขอด ชะลอความเสื่อมของโรคจอประสาทตาเสื่อมและโรคต้อกระจก

คุณสมบัติของ OPC

- เป็น Super antioxidant สามารถจับกับอนุมูลอิสระได้ดี ต้านอนุมูลอิสระได้ทุกรูปแบบ และจำนวนมาก
- ถูก ดูดซึมจากกระเพาะอาหาร และลำไล้เล็กเข้าสู่กระแสเลือดได้อย่างรวดเร็วภายใน 20-30 นาที จากนั้นจึงกระจายไปสู่อวัยวะและเนื้อเยื่อต่างๆ และยังคงอยู่ภายในร่างกายได้นาน (half life 7 ชม.)
- สามารถ รวมตัวได้ดีกับคอลลาเจนซึ่งเป็นโปรตีนที่เป็นส่วนประกอบของผิวหนัง หลอดเลือดและอวัยวะต่างๆ จึงทำให้เซลผิวหนังแข็งแรง ไม่เหี่ยวย่น หลอดเลือดมีความยืดหยุ่นดี ไม่เปราะหรือแตกง่าย
- สามารถ ผ่านแนวกั้นสมอง (blood brain barrier) ได้ จึงป้องกันสมองมิให้เสียหายจากอนุมูลอิสระ คุณสมบัติเด่นนี้ทำให้ OPC เป็น antioxidant ที่ต่างจากชนิดอื่น ๆ
- ทำงานร่วมกับวิตามินซีในการทำให้คอลลาเจนทั่วร่างกายแข็งแรงขึ้น และยังช่วยป้องกันการสูญเสียวิตามินซีและอี
- ปลอดภัยต่อร่างกาย

OPC มีบทบาทต่อสุขภาพอย่างไร

1. ป้องกันโรคหลอดเลือดหัวใจ OPC จะยับยั้งการเกาะตัวของคอเลสเตอรอลที่ผนังหลอดเลือด จึงป้องกันหลอดเลือดอุดตัน ช่วยให้โลหิตไหลเวียนได้ดี ลดความเสี่ยงของโรคหัวใจ

2. ช่วยให้เส้นเลือดฝอยแข็งแรง ไม่เปราะหรือแตกหักง่าย เนื่องจากOPC สามารถรวมตัวกับคอลลาเจนของผนังหลอดเลือดได้ดี จึงป้องกันอนุมูลอิสระที่จะมาทำลายเซลผนังหลอดเลือด ช่วยบรรเทาอาการเส้นเลือดขอดหรือโป่งพองได้

3. ต้านการอักเสบ OPC จะ ยับยั้งการสังเคราะห์และการปล่อยสารที่จะทำให้เกิดการอักเสบ ทำให้เนื้อเยื่อเกี่ยวพันของข้อต่างๆ ทำงานได้ดี ลดอาการข้อกระดูกอักเสบ โรคเนื้อเยื่อแข็ง

4. ลดอาการภูมิแพ้ OPC มีคุณสมบัติในการต้านสารฮีสตามีน จึงช่วยลดอาการภูมิแพ้ หอบหืด

5. ป้องกันสมองเสื่อม OPC สามารถผ่านแนวกั้นสมองได้ จึงป้องกันสมองจากการทำลายของอนุมูลอิสระ

6. ป้องกันการเสื่อมของดวงตา ต้อกระจก ช่วยให้สายตาปรับการมองเห็นในที่มืดได้ดี

7. ป้องกันมะเร็ง OPC ป้องกันมิให้อนุมูลอิสระไปทำความเสียหายต่อDNAของเซล ซึ่งเป็นสาเหตุทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงกลายเป็นเซลมะเร็ง

8. ป้องกันริ้วรอย ฝ้า กระ OPC ช่วยต้านอนุมูลอิสระที่จะมาทำลายคอลลาเจนและอิลาสตินในผิวหนัง อันเป็นสาเหตุทำให้ผิวเสื่อมสภาพ เกิดริ้วรอยก่อนวัย นอกจากนี้ยังปกป้องผิวจากรังสี UV ทำให้ฝ้าและกระจางลง

9.บำรุงผิวพรรณ ชะลอการเกิดริ้วรอยเหี่ยวย่น ทำให้ผิวมีความยืดหยุ่น กระชับ

10. ช่วยลดความเข้มของสีผิวบริเวณที่ดำคล้ำลง ผิวจึงดูขาวใสและสุขภาพดีขึ้น

11. ลดอาการผิวไหม้แดงจากแสงแดดป้องกันและรักษาโรคหัวใจ

12.รักษาโรคผิวหนังอักเสบ และโรคสะเก็ดเงิน

ที่มา : http://www.weloveshopping.com/template/a33/show_article.php?shopid=16145&qid=31222

Idebenone นวัตกรรมใหม่ของสารต้านอนุมูลอิสระ(Super -Antioxidants)




Idebenone เป็นสารอนุพันธุ์หรือพัฒนามาจาก สาร Co-enzyme Q10 ซึ่งเป็นสาร Anti-Oxidant ต้านอนุมูลอิสระตัวหนึ่งที่ดีมาก ดีกว่า Co-enzyme Q10 เองซะอีก และดีกว่า Vitamin E 30-100 เท่า ในทางการแพทย์มีการใช้สารตัวนี้ ในการร่วมรักษาภาวะหรือโรคหลายๆอย่างครับที่สำคัญคือเรื่องของระบบประสาท


Idebenone เป็นสารสังเคราะห์ที่ให้พลังงานอย่างสูงในระดับเซลล์ และในกระบวนการ ถ่ายทอดพลังงานในระดับเซลล์ ( Electron Transport Chain (ETC) ) และยังเป็นสารต้านอนุมูลอิสระของไขมันในผนังเซลล์ทุกๆเซลล์ในร่างกาย และส่วนประกอบเล็กๆในเซลล์ เช่น ไมโตรครอนเดรีย ไมโครโซม เป็นต้น


idebenone สารต่อต้านอนุมูลอิสระ ที่มีประสิทธิภาพที่เหนือกว่า CoQ10และดีกว่าvitamin E 30-100 เท่า idebenone มี ข้อดีที่พิสูจน์แล้วว่า idebenone ช่วย Anti-Aging ชะลอความแก่ได้ และให้พลังงานระดับเซลล์ ช่วยในเรื่องของความจำ มีผลในเรื่องส่งเสริมการทำงานของสมองและยังเป็นตัวปกป้องอันตรายต่ออวัยวะ ต่าง ๆ เป็นตัวต้านอันตรายจากพิษต่อระบบประสาท ในภาวะบางอย่างจึงมีคนพูดกันว่า idebenone นี้เอง คือยาอายุวัฒนะตัวนึงผลของการใช้ทำให้ผิวหน้าขาว ใส ริ้วรอยลดลง และเรียบเนียนขึ้น ใน ต่างประเทศตอนนี้ idebenone เป็นสารต่อต้านอนุมูลอิสระที่กำลังได้รับความสนใจเป็นอย่างมากในรูปของยา เม็ด idebenone ยังมีประสิทธิภาพเพื่อบำรุงสมองช่วยในเรื่องของความจำกระตุ้นความแข็งแรงของ เส้นประสาท


ในทางการแพทย์ เราพบว่า Idebenone มีข้อดีที่พิสูจน์แล้วว่า
1. Anti-Aging ชะลอความแก่ได้
2. Energy enhancement ให้พลังงานระดับเซลล์
3. Cognition enhancement ช่วยในเรื่องของความจำ มีผลในเรื่องส่งเสริมการทำงานของสมองและโครงสร้างของระบบประสาท ชะลอภาวะความจำเสื่อม ( cerebrovascular dementia ) ได้
4. Organ protector เป็นตัวปกป้องอันตรายต่ออวัยวะต่างๆ
5. Protector against excitatory amino acid neurotoxicity เป็นตัวต้านอันตรายจากพิษต่อระบบประสาท ในภาวะบางอย่าง

-สารไอดีบิโนลดริ้วรอยได้ภายในพริบตา

เป็น ที่ทราบกันว่าอนุมูลอิสระนั้นเกิดจากความไม่แน่นอนของโมเลกุลที่เกิดขึ้นตาม ธรรมชาติในร่างกายของเรา โดยที่อนุมูลอิสระจะค่อย ๆ ทำลายเซลล์ในร่างกายเราไปทีละน้อย ๆ อันเป็นสามารถทำให้ร่างกาย หรือผิวพรรณของเราเสื่อมสภาพไปตามกาลเวลาหากไม่ได้รับการดูแลอย่างถูกต้อง ซึ่งในปัจจุบันนี้ทางการแพทย์ได้ค้น พบ สารไอดีบิโน (Idebenone) ที่จะทำหน้าที่ต่อต้านอนุมูลอิสระ ด้วยการสร้างโมเลกุลให้กับอนุมูลอิสระอันมีผลทำให้อนุมูลอิสระหยุดกระบวนการ ทำลายเซลล์
โดย สารไอดีบิโน (Idebenone) นั้นจะช่วยซ่อมแซมสภาพผิวที่เสื่อมสภาพของคุณ และช่วยป้องกันผิวพรรณจากความเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้นในอนาคต ไม่ว่าจะเป็น การช่วยป้องกันผิวจากมลภาวะจากสิ่งแวดล้อม ป้องกันการเกิดริ้วรอย รอยย่น ลดความแห้งกร้านของผิว และเพิ่มความความนุ่มเนียน และชุ่มชื่นให้กับผิวได้อย่างมีประสิทธิภาพที่ดีกว่าโคเอ็นไซม์ คิว เท็น
ซึ่ง การยับยั้งความริ้วรอยแห่งวัย ด้วยการใช้วิธีด้วย สารไอดีบิโน (Idebenone) นี้ ทางการแพทย์ยังพบอีกว่าจะสามารถช่วยลดริ้วรอยแห่งวัยได้อย่างรวดเร็วภายใน ระยะเวลาเพียงแค่ 6 สัปดาห์เท่านั้นเอง อีกทั้งยังเหมาะกับทุกสภาพผิวอีกด้วย


-อีดีบีโนน (Idebenone) คืออะไร

อี ดีบีโนน (Idebenone) คือสารต้านอนุมูลอิสระตัวใหม่ที่ประสิทธิภาพดีกว่าวิตามินซีและอีโคเอนไซม์ คิวเทน (Coenzyme Q10) คิเนติน (Kinetin) และกรดอัลฟาไลโปอิก(Alpha Lipoic Acid) มีคุณสมบัติในการปกป้องเซลล์ผิวจากการเสื่อมสภาพจากสภาพแวดล้อมไม่ให้มาทำ ลายคอลลาเจน้และอิลาสตินของเนื้อเยื่อผิวสารอีดีบีโนนเป็นสารสังเคราะห์ที่ เดิมใช้ผสมในยาเพื่อรักษาอาการของโรคอัลไซเมอร์ในญี่ปุ่นนิยมรับประทานเพื่อ เพิ่มความจำดีขึ้นในรูปยาเม็ดอีดีบีโนนมีการใช้รับประทานเพื่อบำรุงสมอง เนื่องจากสามารถเพิ่มระดับสารที่กระตุ้นและสารหุ้มเส้นประสาท(ไมอีลิน)จึง ป้องกันโรคสมองเสื่อมในคนชราดีบีโนนมีขนาดของโมเลกุลเล็กมาก และสามารถละลายได้ทั้งในน้ำและน้ำมันอีดีบีโนนจึงสามารถซึมเข้าสู่ผิวได้ดี กว่าสารต้านอนุมูลอิสระตัวอื่น ทำให้มีประสิทธิภาพในการออกฤทธิ์มากกว่า ซึ่งจากผลการศึกษาเปรียบเทียบกับวิตามินซี วิตามินอีกรดอัลฟ่าไลโปอิก คิเนติน และโคเอนไซม์คิวเทน ในกลุ่มผู้หญิงอายุ 18 – 72 ปีพบว่าอีดีบีโนนมีประสิทธิภาพเหนือกว่าสารแอนตี้ออกซิแดนท์ทั้ง 5 ตัวข้างบนด้วยเหตุนี้อีดีบีโนนจึงถูกเรียกว่าเป็นซูเปอร์แอนตี้ออกซิแดนท์ ได้อีดีบีโนนได้ถูกนำมาเปิดเผยครั้งแรกในด้านการฟื้นฟูสภาพผิวในงานการ ประชุมประจำปี 2004ของสถาบันโรคผิวหนังอเมริกาโดยทำให้เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้าง ขวางในที่ประชุมหลังจากถูกเปรียบเทียบกับสารต้านอนุมูลอิสระ5ชนิดอีดีบีโนน มีประสิทธิภาพโดดเด่นกว่าสารต้านอนุมูลอิสระตัวอื่นๆซึ่งดูได้จากการเปรียบ เทียบข้างล่าง

--ผลลัพธ์ที่ได้หลังจากการใช้ สารไอดีบิโน (Idebenone):

ช่วยลดริ้วรอยแห่งวัย และรอยเหี่ยวย่นของผิวพรรณได้ 29%
ช่วยลดความหยาบกร้าน และความแห้งกร้านของผิวพรรณได้ 26%
ช่วยเพิ่มชุ่มชื่นให้กับผิวได้ 37%
ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพให้กับผิวพรรณได้ 33%

-อี ดีบีโนน (Idebenone)เป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช้ยาจึงไม่มีผลในการรักษาเป็นเพียง ผลิตภัณฑ์ที่มาเสริมคุณสมบัติของอาหารเสริมนั้นๆผู้บริโภคเลือกรับประทานตาม ขนาดและความเหมาะสม
ที่มา : Paper presented by DiNardo Joshep C., Lewis Joseph A.II, Neudecker, Birgit A. MD , Bekyarov Dimitar MD , Wieland Eberhard MD , Maibach Howard I. MD at Annual Meeting of the American Academy of Dermatology ; February 6-11 ,2004 ; Washington , DC.

(-CoQ10 vs. Idebenone-)


-Coenzyme Q10 หรือมีชื่ออีกอย่างคือ ubiquinone เป็นสารที่พบในเซลล์ของสิ่งมีชีวิต คือ พืช สัตว์ และในผิวหนังของคนเรา มีลักษณะคล้ายวิตามินอีและวิตามินเค ละลายได้ในไขมัน เป็นสารที่ช่วยในการทำงานของเอ็นไซม์ในร่างกายหลายชนิด (นั่นคือที่มาของชื่อ Co+enzyme)

-CoQ10 ช่วยเพิ่มหรือขับออกซิเจนให้แก่เซลล์เนื้อเยื่อต่างๆ เป็นตัวร่วมในการหายใจระดับเซลล์ที่ใช้ออกซิเจน ทุกๆ เซลล์ในร่างกายมีส่วนประกอบที่เรียกว่า mitochondrial จำนวนมาก ทำหน้าที่สร้างพลังงานมากถึง 95% ของพลังงานทั้งหมดในร่างกาย CoQ10 เป็นส่วนประกอบหนึ่งบนผนังของไมโตคอนเดรีย ที่เกี่ยวข้องกับการสร้างพลังงาน ที่เรียกว่า ATP (Adenosine Triphosphate) ซึ่งเป็นพลังงานพื้นฐานที่สร้างขึ้นโดยโมเลกุลของเซลล์ เพื่อให้เซลล์ทำหน้าที่ต่างๆ ได้ ในทางสุขภาพของผิวพรรณ การทำงานต่างๆของเซลล์หมายถึง การสร้างคอลลาเจน และการทำหน้าที่ต้านอนุมูลอิสระด้วย เพราะฉะนั้น CoQ10 ถือว่าเป็นสารที่สำคัญมากสำหรับร่างกาย ซึ่งร่างกายสามารถสร้าง CoQ10 ได้แต่จะลดลงเมื่อมีอายุมากขึ้น

-ในขณะที่ Idebenone เป็นสารที่สังเคราะห์ขึ้นมาเพื่อเลียนแบบการทำงานของ CoQ10 ทำให้การทำงานต่อผิวหนังจะได้ผลมากกว่า เนื่องจากการทำงานของ CoQ10 ที่มีใน mitochondria ค่อนข้างจำกัด และ Idebenone เป็นตัวช่วยให้การทำงานได้ดีขึ้น แต่ว่ามีข้อเสียคือแพงกว่ามาก

-ทั้ง CoQ10 และ Idebenone ใช้เป็นส่วนผสมสำคัญอย่างหนึ่ง ในครีมบำรุงผิวประเภทลดริ้วรอย มีบทบาทสำคัญในการสร้างคอลลาเจน โปรตีน และเสริมสร้างเซลล์ผิว

-โดยปกติเมื่ออายุมากขึ้น เซลล์ผิวจะถูกทำลายและสูญเสียอีลาสติน ความเรียบเนียน อีกทั้งสีผิวก็คล้ำง่ายขึ้น เป็นสาเหตุให้เกิดริ้วรอยแห่งวัยIdebenone สามารถช่วยให้กระบวนการทั้งหมดนี้ลดลง ทำให้ช่วยลดและชะลอการเกิดริ้วรอยแห่งวัย

-จากบทบาทที่ทำหน้าที่ เป็นตัวต่อต้านอนุมูลอิสระ Idebenone สามารถเพิ่มประสิทธิภาพในการต่อต้านมลภาวะ และความเครียด อีกทั้งยังสามารถใช้ได้ในครีมบำรุงผิว ประเภทครีมกันแดดอีกด้วย

ที่มา : http://www.weloveshopping.com/template/a33/show_article.php?shopid=16145&qid=36444

Sunday, December 27, 2009

แนะนำ Beauty Care Center.


สวัสดีค่ะ สำหรับผู้หญิงที่รักสุขภาพความสวยความงาม วันนี้ Beauty Care Center มีสาระน่ารู้มานำเสนอค่ะ แต่ช่วงนี้ยังไม่ขอเปิดตัวอย่างเป็นทางการนะคะ ขอรอบรวมรายละเอียด และเกริ่น ๆ ก่อนค่ะ แต่คิดไว้ว่า blog นี้จะเป็น blog ที่ทำหน้าที่รวบรวม ความรู้ใหม่ๆ ผลิตภัณฑ์ใหม่เพื่อความสวยความงามมาฝากกันค่ะ และก็อยากให้มีการแสดงความคิดเห็นกันเยอะ ๆ นะค่ะ จริง ๆ ก็ต้องขอออกตัวก่อนเลยคะว่า อยากมีเว็บไซต์ขายผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับความสวยความงามค่ะ แต่ก็ไม่อยากขายของแค่อย่างเดียวอยากมานั่งแนะนำคุยกันไป มากกว่าค่ะ อย่าเพิ่งรำคาญกันนะคะ อ๋อ สำหรับบทความบางบทความก็คัดลอกมาจากที่อื่นต้องขออภัยไว้ ณ ที่นี้ด้วยนะค่ะ ทาง Beauty Care Center. จะทำการใส่ back link กลับไปยังเว็บไซต์ของท่านทุกบทความที่ทำการคัดลอกมา หากมีเจ้าของเว็บไซต์ท่านไหนคิดว่าไม่สมควรและอยากให้เอาบทความนั้น ๆ ออกติดต่อมาที่ beautycarecenter@yahoo.com นะคะ ขอบคุณค่ะ อ๋อที่ทางเราทำการคัดลอกข้อความมาในบางข้อความ เพียงเพื่อนำมาเผยแพร่เพื่อเป็นความรู้ได้ถ่ายทอดให้คนทั่วไปค่ะ และการใส่ back link กลับไปทางเราถือว่าเป็นการช่วย Promote เว็บไซต์ของท่านไปในตัวค่ะ :-)
 
Copyright 2009 BCareCenter. Powered by Blogger
Blogger Templates created by Deluxe Templates
Wordpress by Wpthemesfree