Tuesday, February 2, 2010

เทรนด์ตาแบ๊ว แบบสาวเกาหลี



เดี๋ยวนี้เทรนด์ความงามสไตล์ดารานักร้องเกาหลีอย่าง ขนตาปลอม ยืดขนตา เลนส์ตาโต กำลังมาแรง พร้อมๆ กับกระแสข่าวจากวงการแพทย์ว่าเทรนด์ตาแบ๊วเหล่านี้อาจเป็นทางลัดสู่การทำลาย สุขภาพของดวงตาคุณได้ หากใช้ไม่ถูกวิธี

ขนตาปลอม
นอกจากจะทำให้ดวงตาดูโดดเด่นขึ้นแล้ว แถมยังมีผลพลอยได้ตรงที่ช่วยลดการขยี้ตา ซึ่งเป็นสาเหตุการเกิดริ้วรอยได้อีกต่อหนึ่ง

ข้อเสีย :

เนื่องจากบริเวณที่ติดขนตาอยู่ใกล้กับดวงตาซึ่งเป็นบริเวณที่ผิวหนังบางมาก ที่สุดจุดหนึ่ง การติดขนตาต้องใช้กาวเป็นตัวยึดซึ่งบางคนอาจมีอาการแพ้สารบางอย่างในกาว เช่น เป็นผื่นแดง มีตุ่มใส อักเสบ ตาบวม เป็นต้น หากมีอาการดังกล่าวควรหยุดการใช้และไปพบแพทย์ทันที นอกจากอาการแพ้แล้วการติดขนตาปลอมยังอาจก่อให้เกิดโรคต่างๆ ดังนี้

- เปลือกตาอักเสบหรือหนังตาอักเสบ (Blepharitis)
- การงอกของขนตาผิดเพี้ยนไปจากตำแหน่งเดิมบริเวณเปลือกตา (Distichiasis)
- อาการขนตาคุดหรือมีอาการขนตางอกขึ้นผิดทิศทางเพราะถูกกดทับจากขนตาปลอม (Trichiasis) เช่น งอกเข้าไปในดวงตาทำให้เกิดการระคายเคือง
- อาการตากุ้งยิง เนื่องจากต่อมขนตาเกิดการอักเสบเป็นหนอง (An external hordeolum)
- การอักเสบที่เกิดการอุดตันเนื่องจากตัวไรที่อาศัยอยู่ตามขนตาและรูขุมขนบน ใบหน้า (Demodex folliculorum) ซึ่ง 98 เปอร์เซ็นต์ของคนปกติจะมีไรชนิดนี้อาศัยอยู่ การติดขนตาปลอมเป็นการเพิ่มปริมาณของไร ส่งผลให้เกิดการอักเสบ


How to

- ควรเลือกกาวที่มีคุณภาพดี บางชนิดมีสารบำรุงขนตาผสม แม้จะมีราคาสูงกว่าแต่ลดปัญหาระคายเคืองได้
- เมื่อเกิดการแพ้หรือระคายเคืองต้องหยุดใช้ หากอาการไม่ดีขึ้นควรพบแพทย์
- ไม่ควรใช้ขนตาปลอมร่วมกับคนอื่น และต้องรักษาความสะอาดเมื่อนำมาใช้ซ้ำ


ยืดขนตา
การยืดขนตาช่วยทำให้ขนตาดูยาวขึ้น โดยใช้หลักการเดียวกับการปัดมาสคาร่าให้ขนตายืดเหยียด ช่วยประหยัดเวลาในการแต่งหน้าและอยู่ได้นานกว่าการติดขนตาปลอม คือ ประมาณ 2 สัปดาห์ไปจนถึง 1 เดือน ใช้เวลาในการทำประมาณ 1 ชั่วโมง
ข้อเสีย :

การยืดขนตาปลอมยังมีค่าใช้จ่ายสูง คือ 1,500-3,000 บาท หากผู้ให้บริการขาดความชำนาญอาจทำให้สารเคมีที่ใช้ยืดขนตาไหลเข้าไปในตา ทำให้เส้นเลือดฝอยแตก หรือเกิดการระคายเคืองได้

How to

- ควรเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่ได้รับการรับรองจาก อย.
- เช่นเดียวกับการใช้ขนตาปลอม หากเกิดการระคายเคืองต้องรีบไปพบแพทย์ทันที

เลนส์ตาโต
คอนแทคเลนส์ชนิดตาโต หรือที่วัยรุ่นเรียกกันว่า “บิ๊กอาย”จะเหมือนกับคอนแทคเลนส์แฟชั่นสมัยก่อนที่มีสีสันให้เลือกมากมาย แต่ที่แตกต่างคือ เลนส์สีบริเวณตรงกลางดวงตาจะเป็นเลนส์ใสปกติแต่บริเวณขอบเลนส์จะมีสีดำ ทำให้ขอบตาคุณดูชัดมากขึ้น มีราคาตั้งแต่ 450 – 2,000 บาท

ข้อเสีย :

มีวัยรุ่นบางกลุ่มนิยมซื้อมาแลกกันใส่คนละข้างซึ่งเสี่ยงต่อการติดเชื้อของ โรคติดต่อบางชนิด เชื้อแบคทีเรีย รวมทั้งเชื้อเอดส์ แฟชั่น Big eyes จึงเป็นเรื่องที่น่าเป็นห่วง เนื่องจากตาเป็นอวัยวะที่บอบบางมาก การใส่คอนแทคเลนส์เป็นการสัมผัสกับกระจกตาชั้นผิวนอก (Epithelium) โดยตรงหากไม่ระวังเรื่องความสะอาดอาจเกิดการติดเชื้อที่กระจกตาและลุกลามได้ หากไม่ได้รับการรักษาที่ถูกต้องและทันเวลา อาจส่งผลให้ต้องสูญเสียดวงตา

How to

- ไม่ควรใส่ติดต่อกันนานเกิน 8-10 ชั่วโมง และไม่ควรใส่ขณะนอนหลับ เนื่องจากการใส่คอนแทคเลนส์เป็นเวลานานจะทำให้ตาได้รับออกซิเจนน้อยลง ทำห้เกิดอาการตามัวชั่วคราว เซลล์ผิวชั้นนอกของกระจกตาจะเสื่อมและทำให้การแบ่งตัวของเซลล์ผิดปกติจนเกิด การติดเชื้อลุกลามได้
- ล้างกล่องแช่คอนแทคเลนส์ให้สะอาดทุกครั้งและผึ่งให้แห้งเพื่อป้องกันการสะสม ของคราบโปรตีนและเชื้อแบคทีเรียสิ่งสกปรกต่างๆ
- ไม่ควรขยี้ตาขณะใส่คอนแทคเลนส์ เพราะคอนแทคเลนส์จะเสียดสีกับกระจกตาจนเกิดเป็นแผลที่กระจกตาและติดเชื้อได้ หากระคายเคืองควรใช้การกะพริบตา หรือควรถอดออกและลืมตาในน้ำสะอาด
- เลือกซื้อคอนแทคเลนส์ที่ได้รับมาตรฐานจากร้านที่มีที่ตั้งชัดเจน เพราะคอนแทคเลนส์ราคาถูกที่ขายทั่วไปอาจเหลืออายุการใช้งานไม่ตรงกับที่ระบุ ไว้ข้างกล่อง หรือผ่านการผลิตที่ไม่ได้มาตรฐาน


ข้อมูลจาก : http://women.mthai.com

Monday, February 1, 2010

เสน่ห์ลิปส์ไหนต้องริมฝีปากคุณ




ปาก สวยจิ้มลิ้มพริมเพราย่อมเป็นที่ปรารถนาของผู้หญิงทุกคน หากคุณเป็นผู้ที่มีริมฝีปากได้รูปสวยและไม่ดำคล้ำก็นับว่าคุณเป็นคนโชคดี แต่ถ้าริมฝีปากไม่สวยเพอร์เฟ็กต์ก็ไม่ต้องกังวลอีกต่อไป เพราะลิปสติกช่วยคุณได้ ไม่ว่าจะปากหนา ปากบางปากคล้ำ ฯลฯ คุณแก้ไขได้ด้วยลิปสติก

แต่จะรู้ได้อย่างไรว่าริมฝีปากคุณเหมาะกับลิปสติกแบบไหนเพราะมีมากมาย หลาย ชนิด หลากสีสันจนละลานตาไปหมด จะซื้อหลายชนิดก็คงเปลืองเงินโดยใช่เหตุเราจึงขอแนะนำชนิดของลิปสติกที่คุณ คงเห็นบ่อยๆ แต่ยังเลือกใช้ไม่ถูก และหากเบื่อลิปสติกสีเดิมๆ ที่ใช้มานานจนรู้สึกเซ็งหน้าตัวเอง ก็ลองเปลี่ยนลุคด้วยสีลิปสติกที่เปรี้ยวเฉี่ยวสุดๆ โลกที่เป็นสีเทาในสายตาคุณจะสดใสขึ้น

เลือกสีที่เข้ากับผิวคุณ ควรเลือกสีลิปสติกโดยดูสีผิวเป็นหลัก อย่างเช่นดูสิของริมฝีปากตามธรรมชาติ เสื้อผ้า และบุคลิกของคุณ เช่น คนผิวขาวชมพู ริมฝีปากสีชมพูก็ควรเลือกลิปสติกโทนชมพู ส่วนคนผิวคล้ำแต่ออกดำแดงก็เหมาะกับสีแดงส้มมากกว่า และคุณควรทดลองให้เห็นจริงก่อนตัดสินใจซื้อ

สวยแปลกใหม่ด้วยสีลิปสติก การเลือกใช้สีลิปสติกต้องแต่งตาและแก้มให้สีคล้องจองกันอย่างลงตัว เช่น ถ้าเป็นคนผิวคล้ำก็สามารถใช้ลิปสติกสีทองไดถ้าเน้นดวงตาให้เข้มและปัดแก้ม ด้วยสีโทนน้ำตาล ที่สำคัญก็คือสีปากควรมีสีโทนเดียวกับแก้ม

ลิปสติกที่แตกต่าง มีลิปสติกมากมายหลายเนื้อที่แตกต่างกันและการใช้ก็ต่างกันด้วย อย่างเช่น

ลิปคัลเลอร์ เนื้อสีเข้มข้นเหมาะสำหรับผู้ที่มีริมฝีปากคล้ำ เพราะให้ความชุ่มชื้นกับริมฝีปากได้ดีทำให้แมตต์ได้ด้วยการใช้กระดาษทิชชู ซับเบาๆ แล้วทาแป้งฝุ่นทับอีกครั้ง

ลิปบาล์ม ให้ความชุ่มชื้นกับริมฝีปาก ช่วยเกลี่ยร่องปากให้เต็มตึง และปกป้องริมฝีปากจากรังสียูวีใช้รองพื้นก่อนทาลิปคัลเลอร์

ลิปไชน์ ทาแล้วเห็นเนื้อปากได้เนียนสวย เพราะให้ความชุ่มชื้นแก่ริมฝีปากมากเป็นพิเศษ

ลิปไลเนอร์ เน้นขอบและเรียวปากให้ชัดเจนขึ้นใช้หลังจากทาลิปสติกแล้ว เลือกใช้ให้สีใกล้เคียงกับลิปสติกได้ถึง 5 เฉดสี

ลิปกลอส เป็นลิปชนิดเหลว เนื้อโปร่งแสง มีทั้งแบบเพิ่มประกายมุกและแบบธรรมดา ใช้แต้มกลางริมฝีปาก ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้น ลบร่องปากและทำให้ริมฝีปากอวบอิ่ม

ลิปชิมเมอร์ คือลิปเนื้อมุกที่ให้ความแวววาวเหมาะสำหรับวันที่คุณแต่งตาแบบแมตต์ จะทำให้ริมฝีปากดูละมุนอ่อนโยนขึ้น และให้ความแวววาวเพียงจุดเดียวบนใบหน้าเท่านั้น

ครีมมี่ คัลเลอร์ กลอส ใช้แทนลิปสติกได้ หากไม่มีเวลามากนัก

ข้อแนะนำ

ควรใช้แปรงป้ายลิปสติกแล้วนำมาทาปากจะดีกว่าเพราะทำให้ทาลิปสติกได้ทั่วถึงทุกมุมปากและเป็นการรักษาลิปสติกให้อยู่นานด้วย
ควรล้างลิปสติกด้วยอายเมกอัพทุกครั้ง

เคล็ดลับเรียวปากสวย

ลิปสติกที่ซึมเลอะขอบปาก วาดขอบปากก่อนทาลิปสติกเพื่อป้องกันลิปสติกซึมเลอะขอบปากขั้นแรกควรลงรอง พื้นและคอนซีลเลอร์บริเวณขอบปากขั้นแรกควรลงรองพื้นและคอนซีลเลอร์บริเวณขอบ ปากและทาทับด้วยแป้งฝุ่น หลังจากนั้นวาดขอบปากด้วยลิปไลเนอร์และลงลิปสติก ซับความมันด้วยกระดาษทิชชู แค่นี้คุณก็จะมีริมฝีปากสวยไม่แพ้ใคร

ผู้ที่มีริมฝีปากอวบอิ่ม เริ่มจากจงคอนซีลเลอร์บริเวณคาง หลังจากนั้นทาลิปสติกบนริมฝีปากแล้วลงคอนซีลเลอร์บางๆ ที่มุมปาก และขอบนอกด้านข้างของริมฝีปากล่าง จะช่วยให้ขอบริมฝีปากเด่นชัดขึ้น และลงลิปกลอสกลางริมมีปากเท่านั้น

ริมฝีปากบนบางไม่ได้รูป แต่ริมฝีปากล่างอิ่ม วาดขอบปากบนด้วยดินสอเบาๆ และลงลิปสติกที่สีเข้ากัน ส่วนริมฝีปากล่างไม่ต้องวาดขอบปากแต่ให้แต้มเบาๆด้วยลิปสติกเท่านั้น

การทาลิปสติกให้ปากดูอิ่มเอิบ วาดเส้นขอบปากด้านนอกด้วยดินสอสีแดงเข้ม หลังจากนั้นทาลิปสติกด้วยสีที่อ่อนกว่า ลงลิปกลอสตรงกลางริมฝีปาก เป็น
การไล่ระดับของสี

ริมฝีปากแบบสีแมตต์ เพื่อสร้างสมดุลกับเฉดสีบนเปลือกตา ริมฝีปากควรเป็นสีเมตต์ เพื่อเพิ่มความประณีตให้กับใบหน้ามากขึ้น โดยใช้กระดาษทิชชูลอกเป็นแผ่นบางแล้ววางทับริมฝีปาก ลงแป้งฝุ่นหรือแป้งทัฟฟ์ให้ทั่วๆ ลอกกระดาทิชชูออกแล้วเกลี่ยรอยส่วนเกิน

การแต่งแต้มสี หากคุณต้องการทาเรียวปากแบบบางเบา แต่ยังคงไว้ซึ่งสีสันอ่อนใส เพียงแต้มลิปสติกตรงจุดกลางริมฝีปากด้วยนิ้วมือ เน้นสีสันเฉพาะส่วนกลางส่วนขอบปากอาจใช้สีอ่อนหรือไม่มีสี

การทาแบบมันวาว ทาลิปสติก และเช็ดส่วนเกินที่ขอบปาก เพื่อป้องกันการไหลเยิ้มเลอะเทอะแล้วเติมลิปกลอสตรงกลางชิดขอบปากด้วยพู่กัน คอนซีลเลอร์เพื่อความเรียบเนียนยิ่งขึ้น

การทาแบบธรรมชาติ แต่เน้นรูปทรงปาก ใช้อายแชโดว์สีทองหรือสีมุก ทาบนขอบด้านนอกที่ริมฝีปากบนด้วยพู่กันหรือนิ้วมือ เขียนขอบปากด้วยดินสอเขียนขอบปาก หลังจากนั้นใช้พู่กันทาปากชุปน้ำแต้มที่ริมฝีปากและเกลี่ยขอบปากที่ลงไว้ให้ เนียนเว้นส่วนกลางริมฝีปากไว้ให้ดูเป็นธรรมชาติ หรืออาจใช้สีอ่อนๆ ก็ได้

การทาแบบธรรมชาติ หากคุณมีริมฝีปากสวยได้รูปและมีสีตามธรรมชาติอยู่แล้ว แต่คุณต้องการเพิ่มความงามแบบธรรมชาติ ให้ใช้คอนซีลเลอร์ทาบริเวณขอบปาก และทาแป้งทับเบาๆ หลังจากนั้นทาลิปสติกสีน้ำตาลอ่อน หรือสีอ่อนใสตามใจชอบ

ข้อแนะนำ

“การใช้ลิปสติกอยาก ให้ดูรูปปาก สำหรับผู้ที่มีรูปปากหนาใหญ่ ห้อย ควรยกเว้นลิปสติกประเภทมุกชิมเมอร์ที่ให้ประกายแวววาวเพราะจะทำให้ริมฝีปาก ดูบาน ห้อยมากขึ้น หรือมีปากลักษณะนี้แล้วทาลิปกลอสมากๆ ก็ทำให้ดูเหมือนคนแลบลิ้นตลอดเวลาส่วนผู้ที่มีริมฝีปากหนาใหญ่ควรใช้สีด้าน เป็นเนื้อแมตต์ผู้ที่มีริมฝีปากเล็กควรใช้ประเภทมุกหรือกลอสจะทำให้ริมฝีปาก ดูอวบอิ่มมากขึ้น และถ้าริมฝีปากสวยใช้ลิปสติกสีเดียวก็สวยแล้ว แต่โดยส่วนมากแล้วรูปปากคนไทยจะไม่ค่อยสวย จะต้องมีที่ต้องแก้ไขเสมอ ฉะนั้นการเขียนขอบปากจึงเป็นการช่วยกำหนดขอบเขตหรือสร้างรูปปากขึ้นมาให้สวย งาม จะทำให้ริมฝีปากปากดูสวยเด่นชัดขึ้น”

บางคนเลือกใช้ลิปสติกไม่ถูกกับรูปปากและสีผิวตัวเองมานาน ต่อไปนี้คงต้องเปลี่ยนลุคใหม่ให้เป็นสาวสวยสดใสดั่งใจฝัน

ข้อมูลจาก : http://deksexy.com

Sunday, January 31, 2010

วิธี ป้องกัน เส้นเลือดขอด



เส้นเลือดขอด ถือเป็นอีกหนึ่งปัญหา ที่สาว ๆ มักจะหนักใจ วันนี้ เดลินิวส์ มีวิธี ลดเส้นเลือดขอด ด้วยการ รับประทานอาหาร มาบอก...

ลดการปวดเกร็งซึ่งส่งผลให้เกิดเส้นเลือดขอด โดยการรับประทานใยอาหาร เช่น ยอดแค มะเขือพวง ถั่วเมล็ดแห้ง ทับทิม

เพิ่มความแข็งแรงของหลอดเลือดด้วยวิตามินซีที่หาได้จาก บรอกโคลี พริก ผลไม้ตระกูลส้ม

ผัก ผลไม้ที่มีสารฟลาโวนอยด์ เช่น เบอร์รี่ องุ่น ธัญพืช ทำงานร่วมกับวิตามินซีเสริมความแข็งแรงและลดรอยรั่วของหลอดเลือด

วิธีง่ายๆ ที่จะช่วยให้ เรียวขา หมดปัญหา เส้นเลือดขอด.

ข้อมูลจาก : http://www.dailynews.co.th

Saturday, January 30, 2010

ทำไมเบอร์รี่ ถึงดีกับดวงตา



บิลเบอร์รี่(Bilberry) ป็นผลไม้สีน้ำเงินม่วง ที่พบมากในประเทศแถบยุโรป แคนาดา และสหรัฐอเมริกา ในแถบอังกฤษและยุโรปตอนเหนือ นิยมนำผลบิลเบอร์รี่สุกมาทำเป็นแยมมานานกว่า 100 ปีแล้วนอกจากนี้ยังนำส่วนของใบและก้าน ไปทำเป็นผลแห้งเพื่อทำเป็นผงชาสำหรับดื่มเพื่อสุขภาพกันอย่างแพร่หลายอีก ด้วย

บิล เบอร์รี่ เริ่มฮิตติดอันดับเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ หลังสงครามโลกครั้งที่ 2 จากการที่นักบินทหารอากาศของประเทศอังกฤษ สังเกตว่ากินแยมบิลเบอร์รี่ก่อนฝึกบินในเวลากลางคืน ช่วยให้สายตาทำงานได้ดีขึ้นในที่มืด

นักวิจัยชาวฝรั่งเศสพบว่า บิลเบอร์รี่ มีสารสีน้ำเงินอมม่วง ที่เรียกว่า แอนโธไซยาโนไซด์ ซึ่งมีฤทธิ์เป็นตัวต้านอนุมูลอิสระสูง เมื่อเทียบกับผักและผลไม้อื่นๆ และยังช่วยบำรุงและสร้างโรดอบซิน (Rhodopsin) ซึ่งเป็นสารเคมีที่จอรับภาพ จึงช่วยให้สายตาทำงานได้ดีขึ้นในที่มืด ทำให้เราสามารถมองเห็นภาพได้แม้ในที่มีแสงน้อย



ประโยชน์ของอาหารเสริมที่สกัดจากบิลเบอร์รี่ ต่อสุขภาพดวงตา

1. ช่วยถนอมดวงตา ทำให้การมองเห็นในที่มืดดีขึ้น

2. ช่วยรักษาอาการตาบอดกลางคืน ( Night blindness)

3. ช่วยลดอาการเมื่อยล้าของดวงตา เมื่อใช้สายตานานๆ

4. ช่วยป้องกันเลนส์ตาและช่วยให้คอลลาเจนในตาในส่วน cornea และหลอดเลือดฝอยแข็งแรงขึ้น

5. ช่วยลดอนุมูลอิสระในจอตา ทำให้ป้องกันอาการเสื่อมที่มักจะเกิดกับดวงตาให้น้อยลงได้ เช่น ต้อกระจก ต้อหิน ต้อเนื้อ ตาเสื่อมในคนสูงอายุ(สายตายาว)

ด้วยเหตุนี้ การบริโภคบิลเบอร์รี่สดหรือในรูปเบอร์รี่สกัดเข้มข้น รวมทั้งผลไม้ตระกูลเบอร์รี่จึงช่วยบำรุงสายตาได้อีกวิธีหนึ่ง สงสัยแสนเสน่ห์คงต้องไปหาเบอร์รี่มาทานบ้างซะแล้ว เพื่อมาบำรุงดวงตาคู่สวยของเรา.

ที่มาจาก : http://women.mthai.com

Thursday, January 14, 2010

เทคนิคใช้คอนซีลเลอร์เพื่อปกปิด




1. รอยจุดด่างดำ กระ แล
ะฝ้า

ปัญหาแบบนี้สามารถแก้ไขง่ายๆ ด้วยคอนซีลเลอร์ตัวเก่งให้สาวๆ ใช้พู่กันแต้มคอนซีลเลอร์มาทาลงบนจุดด่างดำขนาดใหญ่และเห็นได้ชัดก่อนนะ จากนั้นให้ลงรองพื้นประจำตัวให้ทั่วใบหน้าเลย ทีนี้รอยดำๆ แบบเดิมๆ ก็จะหายไปเกือบหมดแล้วล่ะ ถ้า อยากหายเกลี้ยงเข้าไปอีกนั้น ขอแนะนำเพิ่มเติมให้คุณใช้พู่กันปลายแหลมๆ จุ่มแต้มคอนซีลเลอร์มาแต้มจุดเล็กจุดน้อยแบบเก็บรายละเอียดให้หมดเลย

สุดท้ายให้ตบแป้งเบาๆ ได้ตามปกติเลย แต่ขอบอกนิดนึงว่าห้ามใช้พัพฟ์ถูหน้าเด็ดขาด เพราะคอนซีลเลอร์ที่เราบรรจงแต้มมาตั้งนานนั้นอาจหลุดออกได้ง่ายๆ

2. รอยแพนด้าใต้ดวงตา

สาวใดกลุ้มกับเรื่องแพนด้าอยู่ล่ะก็ แนะนำให้คุณรีบหาซื้อคอนซีลเลอร์ที่ใช้ทาใต้ดวงตา (Eyes Concealer) เฉดสีที่อ่อนกว่าสีผิว 1 เฉดมาเลยนะคะ สาวๆ ห้ามใช้มั่วๆ ปนกันนะ เพราะว่ารอบดวงตาเรานั้นบอบบาง ต้องคู่ควรกับคอนซีลเลอร์ที่ออกแบบมาโดยเฉพาะเพื่อเพิ่มความชุ่มชื่นให้ใต้ ดวงตาแถมถนอมผิวเท่านั้นะ อีกอย่างนะ ถ้าใครขืนใช้คอนซีลเลอร์แบบอื่นมาทาใต้ตา หลังจากทาไปแล้วเนื้อครีมจะหนาเตอะ ยิ้มทีนี่จะเห็นเป็นรอยแผนที่ใต้ตาเลย ...ทีนี้เราก็มาลงมือบรรจงแต้มอายคอนซีลเลอร์ใต้ดวงตากันเลย

ก่อนที่จะแต่งหน้าทุกครั้งนั้น ให้แต้มคอนซีลเลอร์ใต้ดวงตา 3 จุดเล็ก แล้ว ใช้ปลายนิ้วหรือจะใช้แปรงแบนสำหรับทาคอนซีลเลอร์โดยเฉพาะมาเกลี่ยเบาๆ ก็ได้ โดยเริ่มเกลี่ยจากบริเวณที่ชิดขอบตามากที่สุดออกมาบริเวณใต้ตาให้เนียนเข้า กับสีผิว แค่นี้เป็นอันเสร็จ

3. รอยสิว

ปัญหาเรื่องสิว ที่จริงแล้วไม่ใช่เรื่องสิวๆ เลย สักกะนิดเดียว มีเม็ดแดงๆ ผุดขึ้นมาหนึ่งเม็ดก็พาให้เสียเซลฟ์ได้เลย เดือดร้อนต้องรีบวิ่งหายาทาสิวกันยกใหญ่ บางครั้งทายาก็ยังไม่ยุบ แล้วจะออกไปลั้ลลาข้างนอกได้ไง ปัญหานี้แก้ได้ง่ายๆ ด้วยการใช้คอนซีลเลอร์ปกปิด แต่ขอให้เลือกคอนซีลเลอร์ชนิดที่เป็นแท่งหรือที่มีเนื้อเข้มข้นนะ และถ้าจะให้ดีด้วยก็ต้องเลือกเฉดสีเขียว (Green-based) ด้วย เพื่อปกปิดรอยแดงๆ ของสิวนั่นเอง

เริ่มด้วยทามอยซ์เจอไรเซอร์ชนิดออยล์ฟรีบริเวณรอบๆ เม็ดสิว เพื่อให้ผิวอ่อนนุ่มและไม่แห้งลอกเป็นขุย จากนั้นใช้ปลายนิ้วหรือพู่กันแตะคอนซีลเลอร์สีเขียวมาแต้มเบาๆ ที่สิว แต้มให้ทั่วๆ ให้กลมกลืนเลยค่ะ แล้ว ก็ลงคอนซีลเลอร์ที่มีเฉดสีใกล้เคียงกับสีผิวทับอีกที หรือจะลงเป็นรองพื้นแทนก็ได้ หรือใครจะเลือกคอนซีลเลอร์ชนิดปกปิดสิวโดยเฉพาะก็เวิร์คเลยค่ะ เพราะชนิดนี้ไม่มีทางระคายเคืองต่อสิวแน่นอน แถมยังมีส่วนผสมของกรดซาลิไซลิก (Salicylic acid) ที่ช่วยให้สิวยุบเร็วขึ้นด้วย สุดท้ายลงแป้งแต่งหน้าได้ตามปกติเลย

หลังจากที่บรรจงแต่งแต้มปกปิดร่องรอยด้วยคอนซีลเลอร์แล้ว ถึงกับตะลึงกับความสวยเนียนของใบหน้าเราเลยใช่ไหม ว้าว...มันน่าอัศจรรย์มากเลย รู้แบบนี้แล้วก็อย่าลืมปกปิดรอยคล้ำต่างๆ ด้วยคอนซีลเลอร์ทุกครั้งก่อนแต่งหน้า

ที่มา : http://women.mthai.com

อาหารสำหรับคนนอนดึก



การ พักผ่อนเป็นการให้เวลาร่างกายได้ซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ ขับของเสียตามอวัยวะต่างๆ ย่อยอาหารที่รับประทานตลอดวัน หากรับประทานมื้อหนักในตอนกลางคืนควบคู่กับการนอนดึก รับรองว่า "อ้วน" มันจะมาโดยไม่รู้ตัว !! เพราะเผาผลาญไขมันไม่หมด จึงเกิดการสะสม แต่ถ้าจำเป็นต้องนอนดึกอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้แล้วล่ะก็... แนะนำว่าควรรับประทานอาหารดังต่อไปนี้


1. งดเนื้อสัตว์ เช่น เนื้อวัว, เนื้อหมู, ไก่ ซึ่งย่อยยาก ลำไส้ต้องทำงานหนัก หากอยากรับประทานเนื้อสัตว์ ควรเคี้ยวให้ละเอียด เพื่อแบ่งเบาภาระการทำงานของลำไส้

2. ดื่มน้ำขิง ผสมน้ำผึ้งอุ่นๆ หรือน้ำอุ่น ผลมน้ำผึ้ง หรือ น้ำอุ่นธรรมดาซัก 1 แก้วก็ได้

3. เวลานอน ควรทำให้ช่วงท้องและฝ่าเท้าอุ่น โดยการห่มผ้า

4. มื้อดึก ควรเป็นมื้อเบาๆ อย่าง ผัก, ผลไม้, นม, ไข่ และ เนื้อปลา ซึ่งดีต่อสุขภาพมากกว่า

5. ไม่ควรดื่มน้ำเย็น หรือน้ำอัดลม เพราะจะเพิ่มภาระให้ระบบภายในร่างกาย เนื่องจากร่างกายต้องการความร้อนเพื่อช่วยย่อยอาหาร


หากจำเป็นต้องนอนดึก ควรรับประทานอาหารที่แนะนำในข้างต้น แต่ทางที่ดีไม่ควรนอนดึกมากจนเกินไป เพื่อสุขภาพที่ดี

ที่มา : http://women.mthai.com

Tuesday, January 5, 2010

เอ็กซ์เซอร์ไซส์...ดวงตากันดีกว่า

เอ็กซ์เซอร์ไซส์...ดวงตากันดีกว่า

ทำงานหนักๆ ใช้สายตามาทั้งวันแล้ว แสนเสน่ห์มีเกมสนุกๆ มาให้เล่นและบริหารสายตา แก้เครียดกันค่ะ
1. การกระพริบตา
กระพริบตาบ่อยๆ เพื่อให้น้ำตาหล่อเลี้ยงได้ทั่วตา ช่วยลดการระคายเคืองตาได้

2. การใช้ฝ่ามือกดตาเบาๆ
เพื่อเป็นการพักสายตาจากแสงสว่างใดๆ ให้วางฝ่ามือบนเปลือกตาที่ปิดสนิท กดเบาๆ เป็นเวลา 1 นาที จะรู้สึกสบายขึ้น หรือช้ฝ่ามือลูบ โดยเริ่มจากถูมือทั้ง 2 ข้างจนอุ่น แล้วหลับตา วางฝ่ามือทาบบนเปลือกตา ให้วางฝ่ามือขวาทาบบนตาขวา ฝ่ามือซ้ายทาบตาซ้าย และให้ปลายนิ้วซ้อนกันบนบริเวณ วางไว้ชั่วครู่พร้อมทั้งสูดลมหายใจเข้า-ออกยาว ๆ

บริหาร สายตา




3. การมองใกล้สลับไกล
เพื่อเป็นการบริหารกล้ามเนื้อตา ที่ใช้ในการปรับโฟกัสของเลนส์ตา ให้มองไกลไปจากจอคอมพิวเตอร์อย่างน้อย 6 เมตร แล้วกลับมามองที่จอฯ ทำซ้ำ 3 ครั้ง หรือการเพ่งวัตถุใกล้สลับไกล ทำได้โดยตั้งนิ้วหัวแม่มือห่างจากปลายจมูกประมาณครึ่งฟุต สายตาจ้องที่ปลายนิ้ว สูดหายใจเข้า - ออกลึก ๆ จากนั้นหันไปเพ่งมองวัตถุที่อยู่ห่างออกไปประมาณ 10 ฟุต สูดหายใจเข้า ? ออกลึก ๆ อีก ทำซ้ำสลับกัน 15 ครั้ง ทั้งนี้อาจใช้แท่งดินสอ ปากกา หรือสิ่งของใดก็ได้ จับตั้งไว้ตรงหน้า ห่างจากปลายจมูกประมาณ 3 นิ้ว อีกแท่งหนึ่งจับยื่นออกไปให้สุดแขน แล้วเพ่งมองแท่งที่อยู่ใกล้ กระพริบตา แล้วเพ่งมองแท่งที่อยู่ไกล ทำสลับกันหลาย ๆ ครั้ง

บริหาร สายตา




4. การกลอกตาเป็นวงกลม
เพื่อเป็นการบริหารกล้ามเนื้อตาที่ใช้ในการกรอกตาไปมา ให้มองไปรอบๆ กว้างๆ ตามเข็มนาฬิกา 3 รอบ และทวนเข็มนาฬิกาอีก 3 รอบ หรือการกวาดสายตา ให้นั่งหรือยืนก็ได้ แล้วกวาดสายตามองวัตถุต่าง ๆ ภายในห้อง จะเป็นโต๊ะ เก้าอี้ สมุด กรอบรูป นาฬิกา หรือวัตถุใดก็ได้ เพื่อให้สายตาได้เคลื่อนไหวและเป็นการบริหารกล้ามเนื้อตาด้วย


บริหาร สายตา





5. พลังวารีบำบัด
ให้ เตรียมน้ำร้อน 1 กะละมัง แต่อย่าให้ร้อนเกินไป และเตรียมน้ำเย็น(น้ำใส่น้ำแข็ง) 1 กะละมัง ใช้ผ้าสะอาดชุบน้ำร้อนบิดพอหมาด ๆ แล้วนำมาวางบนเปลือกตาประมาณ 30 วินาที จากนั้นชุบผ้าในน้ำเย็น บิดหมาด ๆ แล้วนำมาวางบนเปลือกตาอีก 30 วินาทีเช่นกัน ทำสลับกันหลาย ๆ ครั้ง เสร็จแล้วนวดตาเบา ๆ ด้วยผ้าแห้ง ประมาณ 2 นาที ทั้งนี้ถ้าท่านใดไม่สะดวก ก็อาจใช้การวักน้ำอุ่นใส่ตา 20 ครั้ง สลับกับวักน้ำเย็นใส่ 20 ครั้ง ในช่วงเช้าและก่อนนอนก็ได้

แต่หากไม่ชอบอ่านตัวหนังสือก็ลองมาเล่นเกมส์บริหารสายตากันเถอะ


ตัว C อยู่ตรงไหนหว่า ?

OOOOOOOOOOOOOOOOOOOOOOOOOO OOOOOOOOOOOOOOOOOOOOOOOOO
OOOOOOOOOOOOOOOOOOOOOOOOOO OOOOOOOOOOOOOOOOOOOOOOOOO
OOOOOOOOOOOOOOOOOOOOOOOOOO OOOOOOOOOOOOOOOOOOOOOOOOO
OOOOOOOOOOOOOOOOOOOOOOOOOO OOOOOOOOOOOOOOOOOOOOOOOOO
OOOOOOOOOOOOOOOOOOOOOOOOOO OOOOOOOOOOOOOOOOOOOOOOOOO
OOOOOOOOOOOOOOOOOOOOOOOOOO OOOOOOOOOOOOOOOOOOOOOOOOO
OOOOOOOOOOOOOOOOOOOOOOOOOO OOOOOOOOOCOOOOOOOOOOOOOOO
OOOOOOOOOOOOOOOOOOOOOOOOOO OOOOOOOOOOOOOOOOOOOOOOOOO
OOOOOOOOOOOOOOOOOOOOOOOOOO OOOOOOOOOOOOOOOOOOOOOOOOO
OOOOOOOOOOOOOOOOOOOOOOOOOO OOOOOOOOOOOOOOOOOOOOOOOOO
OOOOOOOOOOOOOOOOOOOOOOOOOO OOOOOOOOOOOOOOOOOOOOOOOOO


แล้วเลข 6 อ่ะ

9999999999999999999999999999999999
9999999999999999999999999999999999
9999999999999999999999999999999999
9999999999999999999999999999999999
9999999999999999999999999999999999
9999999999999999999999999999999999
9999699999999999999999999999999999
9999999999999999999999999999999999
9999999999999999999999999999999999
9999999999999999999999999999999999
9999999999999999999999999999999999
9999999999999999999999999999999999


อันนี้หาตัว N อยู่ไหนเนี่ย

MMMMMMMMMMMMMMMMMMMMMMMMMMMMMMM
MMMMMMMMMMMMMMMMMMMMMMMMMMMMMMM
MMMMMMMMMMMMMMMMMMMMMMMMMMMMMMM
MMMMMMMNMMMMMMMMMMMMMMMMMMMMMMM
MMMMMMMMMMMMMMMMMMMMMMMMMMMMMMM
MMMMMMMMMMMMMMMMMMMMMMMMMMMMMMM
MMMMMMMMMMMMMMMMMMMMMMMMMMMMMMM
MMMMMMMMMMMMMMMMMMMMMMMMMMMMMMM
MMMMMMMMMMMMMMMMMMMMMMMMMMMMMMM

MMMMMMMMMMMMMMMMMMMMMMMMMMMMMMM

พูดถึงเบอร์รี่ ผลไม้ที่มีประโยชน์ต่อดวงตาโดยตรง

แสนเสน่ห์เพิ่งได้กินมา ดีจริง ๆ 7 เบอร์รี่ชั้นดีจาก 7 ประเทศ

ที่สำคัญหาซื้อง่าย ๆ ในบ้านเรานี่เอง

ภาพประกอบจาก healthnet.md.chula.ac.th

ที่มา : http://women.mthai.com

5 วิธีไดเอ็ต ที่ดูไม่ค่อยเหมาะ


ไดเอ็ต อาหาร


สาว ๆ ที่หาวิธีลดความอ้วนอยู่ล่ะก็ อย่าได้ลองทำตามวิธีต่อไปนี้เลยนะคะ เพราะวิธีต่อไปนี้ ได้รับการพิสูจน์แล้วว่า เป็นวิธีไดเอ็ตที่ไม่ดีเอาเสียเลย
1.ไดเอ็ตด้วยการกินอาหารแค่บางประเภท

เช่น ซุปกระหล่ำปลี หรือ องุ่น แต่จะกินสักกี่ถ้วยถึงจะพอต่อความต้องการของร่างกาย เพราะ คนเราต้องการสารอาหารหลากหลายประเภทถ้ากินอาหารประเภทนี้ซ้ำ ๆ อาจจะช่วยลดน้ำหนักได้ในระยะเวลาสั้น ๆ แต่คุณก็จะกลายเป็นโรคขาดสารอาหารไปในทันที

2. ไดเอ็ตดีท็อกซ์

เชื่อกันว่าเป็นการล้างสารพิษออกจากร่างกาย จริงแล้วเปล่าเลย มันกลับเป็นวิธีที่ดูโง่ที่สุดและไม่มีผลทางวิทยาศาสตร์ที่วิเคราะห์แล้วว่า ดี จริง ๆ แล้วอวัยวะในร่างกายของเราดีอยู่แล้วมีระบบฟอกกรองของเสียของร่างกาย เช่น ตับและปอด โดยไม่จำเป็นต้องใช้วิธีดีท็อกซ์ในการล้างสารพิษ ฉะนัน ปล่อยให้มันเป็นไปตามกระบวนการทำงานของร่างกายดีกว่า

3.ไดเอ็ตด้วยอาหารหรือยามหัศจรรย์

ลืมไปได้เลยว่าจะมีอาหารหรือยาชนิดไหนสามารถช่วยลดความอ้วนของคุณได้ในระยะ เวลายาว โดยที่กินแล้วไม่มีผลกระทบข้างเคียง คุณอาจจะกินวิตามินเสริมไปกับการลดน้ำหนักได้ แต่แนะนำว่ารับประทานอาหารที่มีประโยชน์จะดีกว่า

4.ไดเอ็ตที่ต้องอด

กลายเป็นค่านิยมสำหรับสำหรับผู้ที่อยากลดน้ำหนักไปแล้ว แต่ไม่ได้เกิดประโยชน์เลย เพราะถ้าคุณกินอาหารไม่เพียงพอก็จะกลายเป็นโรคขาดสารอาหาร ทำให้เกิดการปรับเปลี่ยนระบบเผาผลาญพลังงานในร่างกายและเมื่อคุณเลิกอดอาหาร กลับมาทานปกติระบบเผาผลาญก็จะแปรปรวนจนเกิดโยโย่เอฟเฟ็กต์และกลับมาอ้วนอีก

5.ไดเอ็ตที่ฟังดูดีเกินกว่าจะเป็นจริง

ถ้ามันฟังดูดีจนเกินไปจนไม่น่าทำได้จริง มันก็คงเป็นเช่นนั้น แผนการไดเอ็ตที่อ้างถึง "ความลับ" บางอย่างที่ตรงข้ามกับคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญที่น่าเชื่อถือมันก็อาจเป็น ความลับที่เป็นไปไม่ได้ก็ได้

ที่มา : http://women.mthai.com


Monday, January 4, 2010

วิธีมัดผมด้วยตัวเอง

วันนี้มีวิธีมัดผมมาฝากกันคะ หวังว่าวิธีที่นำมาฝากคงถูกใจกันนะ ไปดูกันเลย


?????? At site
?????? At site

ที่มา : http://deksexy.com/

Sunday, January 3, 2010

เป่าผมยังไงให้แห้งเร็ว


วันนี้เรามีเทคนิคใช้ไดร์เป่าผมให้แห้งเร็ว จัดทรงได้ง่ายทันเวลา ไปลองกันเลย

ก่อนอื่นการใช้ไดร์เป่าผมหรือเครื่องทำความร้อนต่างๆ เป็นสาเหตุของผมแห้งเสีย จึงแนะนำให้ใช้เวลาทำผมให้น้อยที่สุด และเลือกไดร์เป่าผมที่มีกำลังไฟอย่างน้อย 1,800วัตต์ ไดร์ที่มีกำลังไฟสูงจะทำให้ผมแห้งเร็วเคล็ดลับง่ายๆคือ

1.ทามูสลงบนเส้นผมเล็กน้อย เพื่อป้องกันเส้นผมจากความร้อนและเคลือบแกนผมไม่ให้ดูดซับน้ำมากเกินไป

2.ก้มศีรษะลง เป่าไดร์ผมจากชั้นผมด้านในก่อน แต่ต้องทำให้ผมหมาดสุดๆก่อนนะคะ

3.เมื่อผมเริ่มแห้งใช้แปรงไดร์ผมที่อยู่ด้านบน วิธีนี้จะช่วยให้ผมแห้งเร็วขึ้นประมาณ หนึ่งในสาม

ที่สำคัญให้ใช้ความรู้สึกด้วยก็ได้คะ ถ้ามันร้อนมากเกินไปก็ไม่ดี เทคนิคนี้ลองนำไปใช้กันดูนะคะ

ที่มา : http://women.mthai.com

รูปภาพจาก : http://www.thiswomen.com


วิธีการกระชับอกสวยเพื่อผู้หญิง

หน้าอก นม



อก คือเรื่องอันยิ่งใหญ่ของหญิงสาว การมีทรวงอกกระชับ ไม่หย่อนยาน ล้วนเป็นความต้องการของหญิงสาว เพื่อบุคลิกและทรวดทรงที่ดี Slim by Yourself ได้นำท่าบริหารทรวงอกง่าย ๆ ที่คุณสามารถทำได้ด้วยตัวเอง

ท่าที่ 1 ยืนเหยียดแขน

ยืนตรง แยกเท้าพอประมาณ มือทั้ง 2 ข้างประสานกันเหยียดแขนไปข้างหน้าให้ขนานกับพื้น แขนตึง หน้ามองตรง

ค่อย ๆ เหยียดแขนทั้ง 2 ข้างขึ้นเหนือศีรษะไปทางด้านหลัง ค้างไว้ ตามองตามมือ

กลับสู่ท่าเริ่มต้น และควรทำท่านี้อย่างน้อย 3-5 เซต

ท่าที่ 2 ยืดแขน-แอ่น


ยืนตรง แยกเท้าพอประมาณ มือทั้ง 2 ข้างประสานกันไว้ข้างหลัง ลำตัวยืดตรง

ค่อย ๆ เอนตัวไปด้านหลังพร้อมกับแอ่นตัวโดยมือทั้ง 2 ข้างยังคงประสานกันไว้ข้างหลัง ค้างจังหวะไว้

กลับสู่ท่าเริ่มต้น และควรทำท่านี้อย่างน้อย 3-5 เซต

ท่าที่ 3 ตึงศอก-กางแขน


ยืนตรง แยกเท้าพอประมาณ งอแขนและกางศอกระดับไหล่

ค่อย ๆ เหวี่ยงแขนทั้ง 2 ข้างออกด้านข้าง พร้อมกับแอ่นตัวออกไปด้านหน้าเล็กน้อย หรืออาจก้าวเท้าข้างใดข้างหนึ่งไปทางด้านหน้าในขณะเหวี่ยงแขนก็ได้

กลับสู่ท่าเริ่มต้น และควรทำท่านี้อย่างน้อย 3-5 เซต

ท่าที่ 4 ดึงศอกซ้าย-ขวา


ยืนตรง แยกเท้าพอประมาณ ชูแขนทั้ง 2 ข้างขึ้นเหนือศีรษะ หันฝ่ามือเข้าหากัน

ค่อย ๆ ดึงศอกข้างขวาลงมาให้ต่ำกว่าระดับไหล่เล็กน้อย

กลับสู่ท่าเริ่มต้น และเปลี่ยนจากดึงศอกข้างขวา เป็นดึงศอกข้างซ้านแทน

ทำสลับกันประมาณ 3-5 เซต

ท่าที่ 5 ก้มตัว-ดึงศอก


ยืนแยกเท้าพอประมาณ กัมตัวขนานกับพื้น แขนทั้ง 2 ข้างเหยียดตรง ปลายมือชี้ลงพื้น

ค่อย ๆ ดึงศอกทั้ง 2 ข้างขึ้นไปทางด้านหลัง ค้างจังหวะไว้

กลับสู่ท่าเริ่มต้น ทำท่านี้ประมาณ 3-5 เซต

ที่มา : http://women.mthai.com

น้ำหอม แต่ละกลิ่น บ่งบอกความเป็นคุณ

น้ำหอม ผู้หญิง



น้ำหอม
เติม เสน่ห์ให้ผู้หญิง แต่น้ำหอมต่างกลิ่นก็ต่างอารมณ์ต่างบุคลิก เราเลือกน้ำหอมที่สื่อถึงอารมณ์อันหลากหลายของผู้หญิง สำหรับแต่ละโอกาศที่คุณอยากจะแตกต่าง

1.) Issey Miyake "Reflections in A Drop"
Best for:สดใส มีชีวิตชีวา
"น้ำหอมแนวกลิ่นดอกไม้อีกกลิ่นหนึ่ง ที่ผสมผสานกลิ่นหอมสดชื่นของส้มแมนดาริน กับกลิ่นหวานๆของกลีบดอกบัว Lotus และกลิ่นที่อ้อยอิ่งนานที่สุดคือกลิ่นบางเบาของไม้หอมอย่าง Mimosa ที่ทำให้กลิ่นหอมมีชีวิตชีวามากขึ้น ขวดทำจากแก้วเหลือบประกาย สวยแปลกตา"

2.) Marc Jacobs Splash "pear"
Best for:อ่อนโยน อบอุ่น
"น้ำหอมในไลน์ Splash ของดีไซเนอร์ดัง มาร์กจาค็อบส์ เป็นกลิ่นในแนวฟรุตตี้วู้ดดี้ ให้กลิ่นหอมชุ่มฉ่ำของน้ำผลไม้ โดยกลิ่นแรกเป็นกลิ่นแพร์ที่แต่งกลิ่นด้วยเบอร์กาม็อตกับมะนาว และท้ายสุดเป็นกลิ่นมัสก์และแอมเบอร์ที่ทำให้กลิ่นหอมอ่อนโยนและอบอุ่นขึ้น ขวดดูเรียบง่ายแต่ก็โก้ใรสไตล์มาร์ก จาค็อบส์"

3.) Amor Amor Tentation
Best for: เย้ายวน ท้าทาย
"น้ำหอมแนวกลิ่นออเรียนทัลที่เริ่มด้วยกลิ่นส้มจีนซึ่งให้ความรู้สึกสดชื่น ปะปนมากับกลิ่นไอวี่ที่จัดจ้านขึ้นมาหน่อย แต่ก็มีกลิ่นหอมนุ่มของมะลิมาเบรกไว้ แต่กลิ่นที่อ้อยอิ่งอยู่นานสุดก็คือกลิ่นไม้หอมซีดาร์และวานิลาที่ค่อนข้าง เซ็กซี่ทีเดียว"

4.) Jean Paul Gaultier "Ma Dame"
Best for:สดชื่น อ่อนหวาน
"น้ำหอมแนวกลิ่นดอกไม้ ซึ่งใช้ส่วนผสมหลักคือกลิ่นส้ม(Orange)และกุหลาบ (Rose)ให้ความรู้สึกสดชื่น แต่กลิ่นมัสก์ที่แฝงอยู่ให้ความรู้สึกที่อบอุ่น ตามด้วยกลิ่นหอมจากไม้สนซีดาร์ที่นุ่มนวลล้ำลึก ขวดน้ำหอมเป็นแก้วเจือสีชมพู ตรงกลางขวดหลอมเป็นสรีระของผู้หญิงอันเป็นเอกลักษณ์ที่รู้จักกันดีของแบรนด์ นี้"

5.) Lancome Miracle Forever
Best for:คลาสสิก สง่างาม
"ถ้าคุณชอบสไตล์คลาสสิก เรียบ โก้ แบบออเดรย์เฮปเบิร์น ลองเลือกกลิ่นหอมนี้ที่เป็นแนวฟลอเรียนทัลที่หอมลึกและนุ่มนวลด้วยโป๊ยกั๊ก แบล็กเคอร์แรนต์และน้ำหวานดอกอัลมอนด์ ขวดรูปทรงคล้าย Miracleรุ่นก่อน แต่เพรียวบางกว่าและเป็นสีม่วงดูคลาสสิก"

6.) Unforgivable Woman Black Scent Spray
Best for:หอมหวานเซ็กซี่
"สัมผัสแรกจะให้กลิ่นของดอกไม้หวานๆตามมาด้วยกลิ่นหอมเข้มข้นของไอริสกับ มะพร้าวปนกลิ่นเปรี้ยวๆของดอกส้มกับสับปะรด และกลิ่นสุดท้ายที่จะอ้อยอิ่งอยู่เป็นกลิ่นไม้หอมที่นุ่มนวลแต่ก็เย้ายวน อยู่ในขวดสีดำลึกลับแต่ก็ทันสมัยแถมด้วยสร้อยคอพันที่ปากขวดดูแปลกตา"

7.) L.A.M.B.by Gwen Stefani
Best for:อบอุ่น เป็นตัวของตัวเอง
"น้ำหอมของนักร้องชื่อดัง เกวน สเตฟานี่ กลิ่นออกแนวหอมหวานของวดอกไม้โดยเฉพาะกลิ่นกุหลาบที่ค่อนข้างชัด ตามด้วยกลิ่นอ้อยอิ่งของมัสก์ที่ทำให้ไม่หวานจนเลี่ยน ขวดทรงสี่เหลี่ยมเรียบง่าย แต่ดูเก๋ด้วยแก้วหลากสีปนกันทั้งแดงเหลือง แล้วก็ฝาทองที่ทำให้ดูหรูขึ้น"



ที่มา : http://women.mthai.com

เคล็ดลับให้ผมยาว เร็วทันใจ


ทรงผม


หากคุณเป็นคนหนึ่งที่ อยากจะเร่งวันเร่งคืนให้ผมยาวได้ดั่งใจ นี่คือวิธีการเพิ่มการเจริญเติบโตให้เส้นผมของคุณได้อย่างแข็งแรงและรวดเร็ว

ออกกำลังกายให้เส้นผม
เร่ง สปีดความเร็วให้ผมยาวเร็วแบบติดเทอร์โบด้วยการก้มศีรษะให้เลือดไปเลี้ยงที่ ศีรษะค้างไว้สัก 30 วินาที ค่อยๆ เงยหน้าขึ้นมาทำเช่นนี้ทุกวัน เลือดจะไหลเวียนไปเลี้ยงเส้นผมที่ศีรษะ ทำให้เส้นผมแข็งแรงและยาวเร็วขึ้นด้วย

เพิ่มโปรตีน
Lee Stafford ช่างทำผมคนดังของเกาะอังกฤษแนะว่า “โปรตีนสามารถปกป้องและซ่อมแซมเส้นผม ช่วยลดการหลุดร่วงและการแตกหักของเส้นผม ทำให้เส้นผมแข็งแรง และยาวเร็วขึ้นได้”

กินปลา
Richard Ward กล่าวไว้ว่า “ปลา พืชผักใบเขียว และบลูเบอรี่เป็นแหล่งอาหารที่ช่วยเพิ่มการไหลเวียนของโลหิต ฉะนั้นบริเวณใดก็ตามในร่างกายที่มีเลือดไหลเวียนไปหล่อเลี้ยงได้ดีจะทำให้ ร่างกายบริเวณนั้นแข็งแรง มีชีวิตชีวารวมไปถึงเส้นผมบนศีรษะด้วย”

เคยนวดศีรษะกันบ้างไหม
Phillip Kingsley เปิดเผยให้ฟังถึงศาสตร์ของการนวดศีรษะว่า “การนวดศีรษะจะช่วยกระตุ้นการไหลเวียนของโลหิตบนศีรษะ และทำให้ระบบเมตาโบลิซึ่ม ทำงานได้อย่างเป็นปกติ และยังจะช่วยทำให้เส้นผมเติบโตเร็วขึ้น การนวดศีรษะอาจทำได้ด้วยตัวเองที่บ้านในขณะสระผม โดยการใช้นิ้วมือกดและนวดไปตามจุดบนศีรษะอย่างเบามือ”

แปรงให้ถูก
หลีกเลี่ยงการทำให้เส้นผมขาดและหลุดร่วงด้วยการไม่หวีผมขณะยังเปียกอยู่ เลือกใช้หวีซี่ใหญ่และห่างในการหวีผมช่วงผมเปียกแทน

ตัดผมบ้าง
อาจ จะเคยได้ยินมาบ้างว่าการเล็มผมบ่อยๆ จะช่วยให้ผมยาวเร็วขึ้น การเล็มผมนอกจากจะทำให้ผมยาวเร็วขึ้นแล้วถือว่ายังเป็นการกำจัดผมแตกปลายไป ในตัวด้วย รู้อย่างนี้แล้วก็หมั่นให้ช่างเล็มผมก็จะดีไม่ใช่น้อย

ต่อผมก็ได้
สำหรับ สาวใจร้อนที่ทนรอให้ผมยาวไม่ได้หรืออาจมีภารกิจสำคัญที่จำเป็นเร่งด่วนที่จะ ต้องไว้ผมยาวภายใน 1 วัน ให้ลองมองหาร้านทำผมที่มีบริการต่อผมดู ให้เลือกใช้บริการร้านต่อผมที่ค่อนข้างมีประสบการณ์สักนิดก่อนที่คิดจะต่อผม


ที่มา : http://beauty.tkc.go.th

 
Copyright 2009 BCareCenter. Powered by Blogger
Blogger Templates created by Deluxe Templates
Wordpress by Wpthemesfree